เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ ปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอด

เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ ปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอด

เริ่มต้นปี 2568 มา …. สถานะทางการเงินก็เริ่มจะสะดุดซะแล้ว รายได้ก็ไม่แน่นอน ภาระรายจ่ายก็มากขึ้นเรื่อยๆ แถมสินค้ารอบตัวยังมีราคาที่สูงขึ้นอีกกก หากเรายังต้องเผชิญสภาวะทางการเงินแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ปรับตัว และวางแผนการเงินให้ดีแล้วละก็ เราอาจจะเผลอใช้จ่ายเกินตัวจนนำไปสู่การก่อเกิดหนี้สินได้ง่ายๆ ดังนั้น หากใครที่ยังไม่เคยเริ่มต้นวางแผนทางการเงิน ต้องเริ่มได้แล้วนะ เพื่อที่เราจะได้มีสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวันและยามฉุกเฉิน ซึ่งจะมีวิธีการใดบ้าง ลองไปดูกันเลย

1. ลงทุนได้ แต่เลือกลงทุนอย่างมีสติ

ในปัจจุบันการลงทุนมีหลายรูปแบบให้เราให้เลือกสรร ทั้งในรูปแบบระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ พันธบัตร ทองคำ เงินฝาก การลงทุนในค่าเงินและค่าเงินดิจิทัล โดยในเศรษฐกิจแบบนี้ถ้าถามว่าเราควรที่จะลงทุนหรือเปล่า จริงๆ แล้วมันลงทุนได้นะ แต่ควรเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง เพราะทุกการลงทุนมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ ยิ่งถ้าหากไม่ศึกษารายละเอียดให้ดี หรือขาดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมก็อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้เช่นกัน ดังนั้นปัจจัยต่างๆ ที่เราควรศึกษามี ดังนี้

  • เป้าหมายทางการเงิน : ควรพิจารณาว่าต้องการเงินลงทุนเพื่ออะไร ระยะเวลาที่ต้องการลงทุน รวมถึงระดับความเสี่ยงที่รับได้
  • งบประมาณในการลงทุน : ควรพิจารณาว่ามีเงินทุนเท่าไหร่ และสามารถลงทุนได้เท่าไหร่
  • ความรู้ และความเชี่ยวชาญในการลงทุน : ควรพิจารณาว่าเรามีความรู้เกี่ยวกับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน และมีอะไรที่ควรศึกษาเพิ่มเติมบ้าง
  • กลยุทธ์ในการลงทุน : ก่อนที่จะเลือกลงทุนอะไรก็ตาม ควรพิจารณาว่าเหมาะสมกับกลยุทธ์การลงทุนที่วางไว้หรือไม่
  • ความเสี่ยงของการลงทุน : ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงของการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ว่าอยู่ในระดับที่รับได้หรือไม่ และควรกระจายความเสี่ยงโดยหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว

2. เพิ่มช่องทางการหารายได้ให้มากขึ้น

ใครหลายๆ คน เริ่มที่จะหาอาชีพเสริมหรือแหล่งรายได้เพิ่มมากกว่า 1 ช่องทาง เพื่อให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ซึ่งอาชีพเสริมนั้นมีหลายรูปแบบ มีทั้งแบบที่ต้องมีเงินลงทุน และไม่ต้องมีเงินลงทุน โดยเราสามารถศึกษารายละเอียดแต่ละอาชีพและเลือกได้ตามความเหมาะสม เช่น

  • แอดมินเพจ มีหน้าที่ดูแลเพจต่างๆ และตอบแชทลูกค้า ในปัจจุบันสื่อออนไลน์เป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงผู้คน จึงทำให้แบรนด์ต่างๆ เปิดช่องทางออนไลน์เพื่อให้ใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้น ถ้าหากใครที่มีทักษะการสื่อสาร หรือการใช้สื่อโซเชียล การทำอาชีพเสริมหลังเลิกงานอย่างแอดมินเพจก็เป็นอีกงานหนึ่งที่น่าสนใจ
  • รับทอดเทป เป็นอาชีพที่ถอดเสียงจากเทป และอุปกรณ์อัดเสียงต่างๆ มาเป็นข้อความตัวหนังสือ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ซึ่งงานนี้จะคิดราคาตามอัตรานาทีของการถอดเทป และมีรายได้ที่ค่อนข้างสูงต่อหนึ่งชิ้นงาน ซึ่งต้องใช้ทั้งทักษะการฟัง การจับใจความ และการพิมพ์ เพื่อให้ได้งานที่คุณภาพ
  • ตอบแบบสอบถามออนไลน์ ปัจจุบันมีเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันที่ให้ตอบแบบสอบถามอย่างมากมาย ซึ่งดูข้อมูลได้จาก Yougov, Yimresearch หรือ Aipsurveys เป็นต้น โดยผลตอบแทนที่จะได้รับ จะเป็นการสะสมแต้ม และคะแนน เพื่อไปแลกเป็นเงิน หรือคูปองส่วนลด จึงทำให้งานรับตอบแบบสอบถามเป็นการหารายได้เสริมออนไลน์แบบง่ายๆ แต่อาจต้องใช้เวลา และปริมาณในการตอบมากพอสมควร
  • ถ่ายภาพขาย หรือรับถ่ายรูป นอกจากการเป็นช่างถ่ายรูป การถ่ายรูปสามารถต่อยอด เป็นช่องทางหารายได้เสริมได้อีกด้วย โดยสามารถขายภาพถ่ายผ่านช่องทางเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น Shutterstock, iStockphoto, Dreamstime, Fotolia เป็นต้น
  • สินค้าแฮนด์เมด หรืองานศิลปะ ปัจจุบันงานศิลปะหรืองานแฮนด์เมดกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก เช่น เทียนหอม กระเป๋าสาน จานเซรามิก ตุ๊กตา หรือภาพวาด เป็นต้น โดยของเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถสร้างรายได้ สำหรับใครที่รักในการทำงานฝีมือ หรืองานศิลปะสามารถนำผลงานมาต่อยอดเป็นสินค้าเพื่อสร้างรายได้เสริม

3. เป็นคนที่มีเครดิต

ใครที่ถือบัตรเครดิตหรือมีสินเชื่อ ควรจ่ายตรงตามวันที่นัดชำระ ไม่ควรผิดนัดชำระเพื่อคงสถานะความเป็นลูกค้าชั้นดี และถือได้ว่าเป็นคนที่มีเครดิต ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างง่ายดาย หากมีเหตุจำเป็นต้องการใช้เงิน ที่ต้องกู้เงินกับสถาบันทางการเงิน การที่เป็นคนมีเครดิตก็จะผ่านการอนุมัติได้ดีกว่าคนที่ไม่มีเครดิตนั่นเอง

4. ออมเงินและมีเงินสำรองใช้ไว้ใช้จ่ายฉุกเฉิน

การมีเงินสำรองเสมือนเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าอนาคตจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น อาจจะเป็นเรื่องตกงาน อุบัติเหตุ เจ็บป่วย ซ่อมแซมบ้าน รถ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ดังนั้นการมีเงินออมฉุกเฉินไว้ใช้อย่างน้อย 4-6 เดือน ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน โดยเงินสำรองฉุกเฉิน ควรเก็บไว้ในที่ที่มีสภาพคล่องสูง เบิกถอนได้ทันที เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากประจำ กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น เพื่อให้สามารถถอนออกมาใช้จ่ายในยามฉุกเฉินหรือเร่งด่วนได้โดยง่าย

5. หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่

การทำบันทึกรายได้และค่าใช้จ่าย ถือเป็นก้าวแรกสู่การควบคุมการเงินที่ดี โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี การที่เราจดบันทึกรายรับและรายจ่ายในแต่ละวัน ทำให้รู้ว่าเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง จะช่วยให้ควบคุมรายจ่ายและหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น ในช่วงสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ ถือได้ว่าเป็นความท้าทายที่ทุกคนต้องเผชิญ การวางแผนทางการเงินจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณเดินหน้าต่อไปได้ โดยเริ่มจากการบริหารหนี้อย่างรอบคอบ เลือกลงทุนอย่างเหมาะสม มีเงินสำรองใช้ให้เพียงพอในยามฉุกเฉิน และเพิ่มช่องทางในการหารายได้ พร้อมทั้งเป็นคนที่จะพร้อมปรับตัวไปตามสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง แต่หากบริหารจัดการทางการเงินอย่างรอบคอบแล้ว แต่ว่าไม่ไหวจริงๆ รีไฟแนนซ์กับอีซูซุลิสซิ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ช่วยคุณเพิ่มสภาพคล่อง และสามารถช่วยต่อยอดในโอกาสต่างๆ เพียงคุณเป็นเจ้าของรถยนต์อีซูซุปลอดภาระ หรือกำลังผ่อนชำระอยู่กับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง สามารถนำมารีไฟแนนซ์กับอีซูซุลิสซิ่ง รับเงินก้อนใช้ไว้เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้เลย (อัตราดอกเบี้ยแท้จริง 5.65% – 14.68% ต่อปี กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแจ้งข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับตามด้านล่าง

สนใจรีไฟแนนซ์รถยนต์อีซูซุ แจ้งข้อมูลเพื่อให้บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ติดต่อกลับ

ในกรณีที่ท่านไม่ให้ความยินยอม บริษัทจะไม่สามารถเก็บ และเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จํากัด ได้ ท่านจะต้องติดต่อบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จํากัด ด้วยตนเอง